Logo_ALT_300x300-r
Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

(Press Release) Telehouse collaborates with IGC/ALT aiming to be the major connectivity hub in Thailand

Bangkok, Thailand – 18 October, 2022 – Telehouse, one of the world’s leading data center service providers, collaborates with International Gateway Co., Ltd. (IGC), a subsidiary of ALT Telecom, Thailand telecommunication network service provider, to provide data center services with a focus on the internet connectivity bringing excellent services to clients and fully accomplish the ecosystem. This collaboration aims to position Telehouse as the major connectivity hub in Thailand and to promote Thailand as the next digital hub in the region.

Completed over 70%, Telehouse’s data center building is strategically located in the center of Bangkok – Rama 9, which scheduled to be completed and operated during the second quarter of 2023. The building was designed specifically for data center services, with a robust utility system for the data center such as two sources of power supply, an emergency power reservation and backup generators.  Telehouse is well-prepared for four diverse routes of fiber access to provide maximum stability and connectivity to customers. The facilities aim to attract internet content providers such as the Over-the-top (OTT), cloud providers, carrier & ISP, SI & managed service provider and corporate customers for both domestic and overseas. Not only this collaboration is expected to serve the network connectivity, but also will mutually strengthen both Telehouse and IGC to accelerate the growth in telecommunications businesses in Thailand.

As part of the partnership with Telehouse, IGC will invest in the installation of telecommunications equipment and Internet Exchange and Transit at the data center, along with the installation of at least 3 fiber optic cable network connections to the existing IGC core network, covering Thailand and connectable to various countries in the region. This partnership will facilitate, improve services, and enable clients to connect to their destinations with confidence.

Ken Miyashita, Managing Director of Telehouse Thailand said, “I am delighted to partner with IGC/ALT as they will be joining us to build the connectivity power at the Telehouse data center. Based on our experience across the globe, we are confident in our investment as we aim to become the Internet connectivity hub of Thailand and in the region. We feel that this is a great collaboration as Telehouse and IGC share the same vision to provide customers with the ideal connectivity benefits.

“I have been involved in ICT and telecommunications in Thailand for more than half of my life. It is an honor that our organization has been involved with the provision of this strategic connectivity services with Telehouse, a global data center service provider, which recently expanded its services to Thailand. This collaboration also complements the policy of the Thai government that supports Thailand as the concrete impetus to become an ASEAN Digital Hub. The investment in Telehouse data center will reinforce our country competitiveness and I believe that in the near future there will be more global Hyper-scalers that will expand services in the country.” Mr. Pichit Satapattayanont, Chief Executive Officer of International Gateway Co., Ltd. added.              

About Telehouse
Telehouse is a leading global data center provider, with 45 or more sites in 10+ countries and bringing together 3,000 business partners including carriers, mobile and content providers, enterprises, and financial services companies. Established in 1989, Telehouse provides reliable, secure, and flexible colocation, enabling organizations to accelerate speed to market and create business opportunities through fast, efficient, and secure interconnections.

For more information visit us: 

Homepage : https://www.telehouse.co.th

YouTube : https://www.youtube.com/watch?v=ttdFKte_cbE

LinkedIn : https:// www.linkedin.com/company/telehouse-thailand/

About IGC

International Gateway Company Limited or IGC is a subsidiary of ALT Telecom Plc., a neutral regional telecommunication and network service provider.  IGC was established in year 2017 to provide wholesale bandwidth for both domestic and international traffic via SRT (State Railway of Thailand) and its nationwide network (so-called GMS network) which has totally about 12,000km of nationwide-optical fiber network and owns NNI (Network to Network Interface) for 15 Crossing Borders to connect with 24 operators surrounding Thailand and extended connectivity to more than 10 well-known data center in Thailand. Moreover, the Open Access License with 5 CLSs (Cable Landing Station) which located in the most strategic locations for the Submarine Business in Thailand. With Submarine cable network it will allow IGC to play a major role in the Eastern Economic Corridor Project and bridge the Submarine traffic to the GMS Terrestrial network.

Visit us online at www.intergateway.co.th and connect us on LinkedIn: International Gateway (IGC)

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

(Press Release) กลุ่ม ALT ผนึก ”เทเลเฮ้าส์”  ผู้นำให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับโลกพร้อมเปิดให้บริการศูนย์ข้อมูลเชื่อมต่อเน็ตในไทยไตรมาส 2/66

เอแอลที เทเลคอม ส่ง “IGC “บริษัทลูก จับมือ” เทเลเฮ้าส์  ประเทศไทย” ผู้นำด้านการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับโลก หวังเตรียมความพร้อมให้บริการศูนย์ข้อมูลหรือดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลอินเทอร์เน็ตทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมสร้างระบบนิเวศน์ทางการสื่อสารให้ครอบคลุมทุกการเชื่อมต่อของผู้ให้บริการ และส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัลแห่งอาเซียน เดินหน้าเปิดให้บริการ ไตรมาส 2/2566   

นายพิชิต สถาปัตยานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอินเตอร์เนชั่นแนล เกทเวย์ จำกัด (IGC ) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัทเอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ALT ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมของประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามความร่วมมือ (MOU) บริษัท เทเลเฮ้าท์ (Telehouse) ประเทศไทย จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับโลก เพื่อเตรียมพร้อมให้บริการศูนย์ข้อมูลหรือดาต้าเซ็นเตอร์ และเพิ่มประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูลอินเทอร์เน็ตทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมสร้างระบบนิเวศน์ทางการสื่อสารให้ครอบคลุมทุกการเชื่อมต่อของผู้ให้บริการ

โดยความร่วมมือในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาให้ Telehouse เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่สำคัญของประเทศไทย รวมทั้งเพื่อต้องการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัลแห่งต่อไปในภูมิภาค

สำหรับอาคารดาต้าเซ็นเตอร์ของ Telehouse นั้น ตั้งอยู่ในใจกลางกรุงเทพฯ ย่านธุรกิจพระราม 9 ซึ่งปัจจุบันตัวอาคารมีความคืบหน้าในการก่อสร้างไปแล้วกว่า 70% และมีกำหนดจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดดำเนินการในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2566 ซึ่งตัวอาคารถูกออกแบบสำหรับให้บริการด้านดาต้าเซ็นเตอร์โดยเฉพาะ มีระบบสาธารณูปโภคสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพรียบพร้อม เช่น มีระบบไฟฟ้า 2 เส้นทาง ระบบสำรองไฟฟ้าฉุกเฉินและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองและ Telehouse ได้เตรียมทางเข้า-ออกของสายสื่อสารไว้ 4 เส้นทาง เพื่อรองรับความต้องการทางด้านความมีเสถียรภาพสูงสุดและความพร้อมด้านการเชื่อมต่อโทรคมนาคมให้ลูกค้า อีกทั้งยังมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดกลุ่มผู้ให้บริการทางอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น Over-the-Top (OTT) หรือผู้ให้บริการระบบคลาวด์ (Cloud Provider) และผู้ให้บริการด้านการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต (Carrier & ISP) รวมไปถึง ผู้ให้บริการและดูแลระบบ (SI & Managed Service Provider) และลูกค้าองค์กร ทั้งในและต่างประเทศ การร่วมมือในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการให้บริการการเชื่อมต่อเครือข่ายเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทั้ง Telehouse และ IGC ในการเร่งการเติบโตของธุรกิจโทรคมนาคมและเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทย

ภายใต้ความร่วมมือ ระหว่าง Telehouse กับ IGC ในครั้งนี้ ได้มีการลงทุนด้านอุปกรณ์โทรคมนาคมและชุมสายการแลกเปลี่ยนและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (Internet Exchange and Transit) ที่ดาต้าเซ็นเตอร์ พร้อมทั้งติดตั้งการเชื่อมต่อเครือข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงอย่างน้อย 3 เส้นทาง ไปยังเครือข่ายหลักของ IGC ที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน ซึ่งคลอบคลุมประเทศไทยและเชื่อมโยงไปยังประเทศอื่นๆในภูมิภาค โดยการร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยอำนวยความสะดวก และช่วยพัฒนาการให้บริการ รวมไปถึงช่วยให้ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อกับจุดหมายปลายทางได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น

“จากประสบการณ์กว่าครึ่งชีวิตที่ผมมีโอกาสได้ทำงานในด้าน ICT และโทรคมนาคมในประเทศไทย ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่องค์กรของเราได้มีส่วนร่วมในการจัดหาบริการด้านการเชื่อมต่อเชิงกลยุทธ์กับ Telehouse ซึ่งเป็นผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลระดับโลกที่เพิ่งขยายบริการมายังประเทศไทย โดยการร่วมมือครั้งนี้ยังมีส่วนช่วยส่งเสริมนโยบายของรัฐบาลไทยที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของอาเซียน ซึ่งการลงทุนในศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ของ Telehouse ในครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพการแข่งขันของเรา โดยผมเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้จะมี hyper-scalers ระดับโลก ขยายธุรกิจเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น” นายพิชิต กล่าว

ด้านนายเคน มิยาชิตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Telehouse ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ IGC และ ALT เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการเชื่อมต่อที่ดาต้าเซ็นเตอร์ของ Telehouse โดยจากประสบการณ์ของเราที่ได้ให้บริการมาแล้วทั่วโลกนั้น ทำให้ผมมั่นใจในการลงทุนของเราในครั้งนี้ ด้วยเป้าหมายในการสร้างศูนย์กลางการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตของประเทศไทยและในภูมิภาค อีกทั้งเรามองว่าการร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสที่ดี เนื่องจาก Telehouse และ IGC นั้นมีวิสัยทัศน์เดียวกัน ในการมุ่งเน้นให้ลูกค้าได้ประโยชน์ จากการเชื่อมต่อที่สมบูรณ์แบบ

เกี่ยวกับ Telehouse

Telehouse เป็นผู้ให้บริการดาต้า เซ็นเตอร์ชั้นนำระดับโลก โดยมีมากกว่า 45 สาขาใน 10 กว่าประเทศ และรวมพันธมิตรทางธุรกิจมากกว่า 3,000 ราย ซึ่งรวมถึงผู้ให้บริการโทรคมนาคม ผู้ให้บริการมือถือและคอนเทนต์ องค์กรต่างๆ และบริษัทที่ให้บริการทางการเงิน Telehouse ก่อตั้งขึ้นในปี 2532 และให้บริการโคโลเคชั่นอันน่าเชื่อถือ ปลอดภัย และยืดหยุ่น ช่วยให้องค์กรสามารถเร่งความเร็วเพื่อออกสู่ตลาดและสร้างโอกาสทางธุรกิจผ่านการเชื่อมต่อระหว่างกันที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

เว็ป: https://www.telehouse.co.th

YouTube: https://www.youtube.com/watch?v=ttdFKte_cbE

LinkedIn: https:// www.linkedin.com/company/telehouse-thailand/

เกี่ยวกับ IGC

บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เกทเวย์ จำกัด (IGC) เป็นบริษัทในเครือบริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ALT ซึ่งเป็นผู้ให้บริการวงจรสื่อสัญญาณและโครงข่ายโทรคมนาคมระดับภูมิภาค โดย IGC ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2560 เพื่อให้บริการวงจรสื่อสัญญาณ กับผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมและอินเตอร์เน็ต ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศผ่านโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติค บนเส้นทางหลักตามแนวเส้นทางรถไฟในประเทศไทย และ อื่นๆ ทั่วประเทศ ซี่งเรียกว่า GMS Network โดยมีระยะทางรวมทั้งสิ้นกว่า 12,000 กม. และ มีการเชื่อมต่อโครงข่ายกับ ผู้ให้บริการในต่างประเทศ มากกว่า 24 ราย ผ่านจุดเชื่อมต่อตามแนวเขตชายแดนระหว่างประเทศจำนวน 15 จุดเชื่อมต่อ และยังได้ขยายการเชื่อมต่อกับศูนย์ Data Center ในประเทศไทยกว่า 10 แห่ง นอกจากนี้ IGC ยังได้รับใบอนุญาตในการให้บริการสถานีเคเบิ้ลใต้น้ำจำนวน 5 แห่งในประเทศไทย ที่เปิดรับการเชื่อมต่อเคเบิ้ลภาคพื้นดินและภาคพื้นน้ำ ได้อย่างอิสระ ซึ่งจะทำให้ IGC มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมนโยบายระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกของประเทศไทย (EEC) และ การเชื่อมต่อระหว่างระบบเคเบิ้ลใต้น้ำกับระบบโครงข่ายภาคพื้นดิน ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างไร้รอยต่อ

สามารถดูข้อมูลหรือติดต่อสอบถามได้ที่

Website : www.intergateway.co.th

LinkedIn : International Gateway (IGC)

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ALT ไตรมาส 2/65 กวาดรายได้ 252 ล้าน พลิกฟื้นมีกำไร ส่งสัญญาณบวกดีต่อเนื่อง อานิสงส์ธุรกิจสื่อสารข้ามแดน – ใยแก้วนำแสง – ASEAN Digital Hub

เอแอลที โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2565 กวาดรายได้ 252 ล้านบาท ขณะที่กำไรขั้นต้นส่งสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากธุรกิจให้บริการโครงข่ายระหว่างประเทศที่มีแนวโน้มขยายตัวสูง รวมทั้งธุรกิจไฟเบอร์ใยแก้วนำแสงแล้วเสร็จ คว้าลูกค้าต่างชาติรายใหญ่เพิ่ม เซ็นสัญญาใช้บริการยาว 20  ปี มูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท ขณะที่ธุรกิจติดตั้งแผงโซลาร์รูฟท็อปรุ่ง ลูกค้าโรงงานเอกชน-รัฐ สนใจติดตั้งเพียบ สร้างรายได้ตลอดสัญญากว่า 600 ล้านบาท

นายสมบุญ เศรษฐ์สันติพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการเงินและบัญชี บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ALT เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2565 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.2565 บริษัทมีรายได้รวม 252.81 ล้านบาท ลดลง 17.6% เมื่อเทียบกับงวดไตรมาส 2/2564 ที่มีรายได้รวม 306.83 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ธุรกิจบริการก่อสร้างวางระบบลดลง 42.7% ส่วนธุรกิจขายสินค้าและการให้บริการโครงข่ายยังคงเติบโตต่อเนื่อง 

โดยรายได้จากการให้บริการโครงข่ายมียอดเพิ่มขึ้น 28% จาก 81 ล้านบาท เป็น 103.73 ล้านบาท ซึ่งเติบโตต่อเนื่องมากกว่า 15 ไตรมาสติดต่อกัน ขณะที่รายได้จากการขายสินค้ามียอดเพิ่มขึ้น 234%  จาก 7.09 ล้านบาทเป็น 23.69 ล้านบาท ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้เพิ่มขึ้นมาจากแผงโซลาร์เซลล์ 

นายสมบุญกล่าวอีกว่า กำไรขั้นต้นเปลี่ยนแปลงในทิศทางเดียวกันกับรายได้ แม้ว่ากำไรจากกิจการบริการติดตั้งวางระบบลดลง 59% แต่ในส่วนธุรกิจให้บริการโครงข่ายเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดี เติบโตขึ้นในอัตรา 795.9% จากขาดทุน  1.91 ล้านบาท เป็นกำไร 13.30 ล้านบาท  ส่งผลให้ผลการดำเนินการในไตรมาส 2/2565 มีกำไรสุทธิ 1.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 134.9% จากกำไร 0.57 ล้านบาทในไตรมาส 2/2564

ส่วนทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2565 บริษัทยังคงเดินหน้าเพื่อให้บริการโครงข่ายรองรับการเติบโต ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็น ASEAN DIGITAL HUB ควบคู่กับการขยายบริการสู่กิจการด้านพลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะและพลังงานทดแทน รวมถึงการเสริมสร้างบริการสนับสนุนการพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองอัจฉริยะ โดยอาศัยแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มต่างๆ

โดยโครงข่ายไฟเบอร์ใยแก้วนำแสง ซึ่งเป็นธุรกิจหลักแต่เดิม บริษัทได้วางโครงข่ายหลัก (Backbone Network) ลงทุนครอบคลุมพื้นที่ทั่วทั้งประเทศเรียบร้อยแล้ว รวมถึงมีการสร้างสถานีฐานเพื่อเชื่อมต่อกับโครงข่ายของผู้ประกอบการในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้ง เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย โดยมีการลงทุนผ่านกิจการร่วมค้า คือบริษัท สมาร์ท อินฟราเนท จำกัด และ บริษัท อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด  เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าภายในประเทศ และลงทุนผ่าน บริษัทย่อย คือ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เกทเวย์ จำกัด เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าในต่างประเทศ รวมถึง ลงทุนผ่าน บริษัทร่วมคือ เมียนมาร์ อินฟอร์เมชั่น จำกัด ที่เป็นกิจการในเมียนมาร์ให้บริการอินเทอร์เน็ตแก่ลูกค้าในเมืองย่างกุ้ง

รายได้ในส่วนของงานบริการโครงข่ายยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทได้ดำเนินการก่อสร้างสถานีชายฝั่งเพื่อให้บริการเชื่อมต่อโครงข่ายภาคพื้นน้ำ (Cable Landing Station – CLS) ในจังหวัดสตูลแล้วเสร็จ ได้ส่งมอบให้กับลูกค้าแล้วกลางเดือน ส.ค. 2565 

จากความสำเร็จในโครงการแรกที่บริษัทได้ให้บริการ CLS กับลูกค้าต่างประเทศที่เป็นผู้ให้บริการข้อมูลรายใหญ่ ได้ช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของบริษัท นำไปสู่การขยายฐานลูกค้ารายใหญ่ต่างประเทศเพิ่มได้ อีก 1 ราย โดยมีสัญญาระยะยาว 20 ปี มีมูลค่ารวมตลอดอายุสัญญามากกว่า 1 พันล้านบาท โดยได้ลงนามสัญญากับลูกค้าแล้วในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

สำหรับธุรกิจพลังงานอัจฉริยะ บริษัทได้ขยายธุรกิจเข้าสู่ธุรกิจบริการจัดการพลังงาน โดยเป็นผู้ลงทุนและติดตั้งระบบและอุปกรณ์โซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ให้กับภาครัฐและภาคเอกชน เช่น ผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจโรงงานและอุตสาหกรรมขนาดกลาง เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับลูกค้าเพื่อใช้งาน โดยบริษัทได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าบริหารจัดการพลังงานซึ่งมีราคาถูกว่าค่ากระแสไฟฟ้าที่ลูกค้าต้องจ่าย ลูกค้าไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น รวมทั้งยังมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันบริษัทมีสัญญากับลูกค้าแล้วกว่า 10 ราย ขนาดกำลังการผลิตรวม 10 Mwh สัญญาอายุตั้งแต่ 10-20 ปี มูลค่าสัญญารวมทั้งสิ้นประมาณ 600 ล้านบาท ซึ่งจะสร้างรายได้ให้บริษัทได้ประมาณปีละ  37 ล้านบาท (กำลังการผลิตเต็มปี)

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) มีมติเห็นชอบข้อเสนอการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมของบริษัท วิน แอนด์ วิน เทเลคอม จำกัด ที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ ๑๗/๒๕๖๕ เมื่อวันพุธที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๕ 

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) มีมติเห็นชอบข้อเสนอการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมของบริษัท วิน แอนด์ วิน เทเลคอม จำกัด ที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ ๑๗/๒๕๖๕ เมื่อวันพุธที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๕ เพื่อให้บริษัทฯ สามารถเจรจาเกี่ยวกับสัญญาการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมกับผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้โครงข่ายโทรคมนาคมต่อไปได้